5 วิธีกินเลี้ยง ลดเสี่ยงอ้วน

 

 

คำแนะนำวางแผนก่อนกิน ป้องกันอ้วนจากงานเลี้ยง ของสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล มาฝากค่ะ

1. หากทราบล่วงหน้าว่ามีงานเลี้ยงตอนเย็น ควรลดปริมาณอาหารมื้อกลางวันลง
2. ถ้ามีงานเลี้ยงตอนกลางวัน ควรลดปริมาณอาหารมื้อเย็นลง
3. กินอาหารบุฟเฟต์ ให้ตักอาหารเอง และตักแต่พอกิน ไม่เลือกอาหารมันจัด แต่ควรเลือกกินสลัด หรืออาหารที่มีผักร่วมด้วย
4. เลือกกินผลไม้ แทนขนมหวานหรือเค้ก
5. ดื่มน้ำเปล่า แทนน้ำอัดลม

ปฏิบัติได้ดังนี้ งานเลี้ยงครั้งต่อไป ไม่ต้องกลัวน้ำหนักเพิ่มแล้วค่ะ

ห่างไกลจากโรคอัลไซเมอร์ด้วยอาหาร 9 ชนิด

ช่วงนี้คุณผู้หญิงมีอาการหลง ๆ ลืม ๆ บ้างหรือเปล่าคะ ถ้ามีนั่นคือสัญญาณเบื้องต้นของโรคอัลไซเมอร์ อย่าเพิ่งตกใจไปค่ะ เพราะโรคนี้ป้องกันได้ด้วยการรับประทานอาหารเหล่านี้ค่ะ

 

1. น้ำมันสลัด ที่อุดมไปด้วยวิตามิน E จะช่วยป้องกันการเสื่อมสลายของเซลล์สมอง

2. เนื้อปลา DHA ช่วยในการทำงานของเซลล์ประสาท

3. ผักใบเขียว เป็นแหล่งของกรดโฟเลตช่วยลดระดับของกรดอะมิโนชนิด Homocysteine สาเหตุของการเสื่อมสภาพของเซลล์

4. อะโวคาโด มีวิตามิน E สูงป้องกันการเสื่อมสลายของเซลล์สมอง และช่วยบำรุงผิว

5. เมล็ดทานตะวัน อุดมไปด้วยวิตามิน E ป้องกันการเสื่อมสลายของเซลล์สมอง

6. ถั่วลิสงและเนยถั่ว แหล่งของไขมันที่ดี และเต็มไปด้วยวิตามิน E ช่วยให้หัวใจและสมองมีสุขภาพดีและทำงานอย่างถูกต้อง

7. ไวน์แดง หากดื่มในปริมาณที่พอเหมาะ จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคอัลไซเมอร์

8. ผลเบอร์รี่ ช่วยกำจัดสารพิษของโปรตีนที่เกี่ยวข้องกับการสูญเสียความจำ

9. ธัญพืชไม่ขัดสี ลดปัจจัยเสี่ยงของหลอดเลือด ซึ่งอาจมีบทบาทในการเกิดโรคจากสมอง

 

 

ลดความอ้วน…แบบกล้วย กล้วย !!!

ลดความอ้วน…แบบกล้วย กล้วย

ใครที่ต้องการลดความอ้วน วันนี้ มีเคล็ดลับมาบอกค่ะ โดยที่สาวๆ ทั้งหลายสามารถทำได้ง่ายและไม่ยุ่งยาก

สูตรลดความอ้วนแบบกล้วย เป็นสูตรลดความอ้วนด้วยกล้วยหอม เรียกว่า สูตรลดความอ้วนแบบญี่ปุ่น หรือ Banana

 

Diet โดยมีวิธีง่ายๆ ดังนี้ค่ะ

ในตอนเช้า เรา สามารถที่จะกินกล้วยหอมเท่าไหร่ก็ได้ที่เราคิดว่า…เราจะกินอิ่ม แต่ต้องก่อน 9 โมงเช้านะจ๊ะ จากนั้นเราก็ดื่มน้ำตามปกติ

ต่อมามื้อกลางวันและมื้อเย็น เราก็กินตามปกติ (สบายๆ) แต่ช่วงบ่าย 3 โมง เราอาจจะมีของว่างด้วยก็ได้นะ แต่ห้ามกินทันทีหลังจากมื้อหลัก ๆ  ห้ามกินอาหารหลัง 2 ทุ่ม และนอนก่อนเที่ยงคืน ห้ามนอนดึกกว่านี้นะค่ะ (ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่ต้องทำ สำหรับการลดความอ้วน) ซึ่งสูตรนี้เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการ Metabolism ให้กับร่างกาย แต่จะมากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับร่างกายของแต่ละคนนะจ๊ะ

 

วิธีง่ายๆ ทำได้ไม่ยากเลยใช่มั้ยล่ะคะ รีบๆ ไปลองทำกันดูนะค่ะ

 

 

8 เคล็ด (ไม่) ลับ…กับตาคู่สวย

8 เคล็ด (ไม่) ลับ…กับตาคู่สวย

 

ใคร ๆ ก็อยากมีดวงตาที่ชุ่มชื้นและใสเป็นประกาย แต่ถ้าคืนไหนคุณสาวๆ นอนดึก จากการทำงานหรือดูละครเรื่องโปรดแม้กระทั่งคุณแม่ยังสาวที่เจอมรสุมเจ้าตัวเล็กโยเยจนแทบไม่ได้หลับไม่ได้นอน ตื่นเช้ามาเป็นหมีแพนด้า ขอบตาคล้ำ บวม  ยี้…..แต่ไม่ต้องกังวล…เรามีวิธีให้คุณดูแลผิวรอบดวงตา ให้คุณมีตาสวยใสด้วยธรรมชาติได้แบบง่ายใช้เวลาเพียงแค่ 10-20 นาที ทราบแล้วอย่าลืมกลับไปทดลองทำกันนะคะ

1. มันฝรั่ง หามันฝรั่งหัวขนาดเหมาะมือ จัดการล้างให้สะอาดก่อนหั่นบางๆ แช่เย็นแล้วเอามาปิดตาไว้ 15-20 นาที เช้าและเย็น จะช่วยลดริ้วรอยหมองคล้ำรอบดวงตาได้ หลังเอามันฝรั่งออก ล้างหน้าให้เรียบร้อยแล้วอย่าลืมทาครีมบำรุงใต้ตาด้วยนะจ๊ะ

2. น้ำแข็ง ใช้น้ำแข็งบดสักเล็กน้อยห่อด้วยผ้า วางบนเปลือกตาประมาณ 10 นาที ช่วยให้ขอบตาหายร้อนผ่าว ชุ่มชื่น ดูดี และหายคล้ำค่ะ

3. น้ำนม นมสดที่เราใช้ดื่มนี่แหละค่ะสักครึ่งแก้วเอาไปแช่เย็น แล้วใช้ก้อนสำลีหรือแผ่นสำลีชุบนมเย็นๆ วางบนเปลือกตา 10 นาที แล้วเอาออกพัก 2 นาที แล้วทำซ้ำใหม่ประมาณ 5 ครั้ง จะทำให้สบายตา ยิ่งตาที่ระคายเคืองหรือบวมจากการร้องไห้ วิธีนี้ช่วยได้แน่นอน

4. แตงกวาปั่น นอกจากแตงกวาหั่นบางๆ แช่เย็นที่รู้กันทั่วไป แตงกวายังเอามาปั่นแช่ให้เย็นเจี๊ยบ ก่อนใช้สำลีชุบน้ำแตงกวาให้ชุ่มมาปิดตาไว้ 15-20 นาที วิธีนี้ช่วยลดริ้วรอยและเจ้าอาการตาบวมได้ด้วยเหมือนกัน

    5. มะเขือเทศ แก้เหตุตาบวมได้ดีนักแล เพียงเดินเข้าครัวควานหามะเขือเทศมาหั่นขวางแล้วปิดไว้ที่บริเวณดวงตาประมาณ 10 นาทีตาจะหายบวมเป็นปลิดทิ้ง

6. ออกกำลังกาย เพียงแค่เล็ก ๆ น้อย ๆ สัก 10 นาที พอได้เหงื่อ รูขุมขนก็จะเปิดและขับของเสียออกจากเซลล์ ช่วยลดอาการตาบวมจ้า

7. ผ้าขนหนูจุ่มน้ำชา เป็นอีกทางเลือกนอกจากใช้ถุงชาวางไว้บนตาเพื่อลดอาการตาบวม ลองใช้น้ำชาอุ่น ๆ แล้วนำผ้าขนหนูผืนเล็กจุ่มน้ำชา วางประคบดวงตาทั้งสองข้างประมาณ 10-15 นาที ก็ช่วยได้ไม่แพ้ถุงชาค่ะ

8. หมอน หนุนหมอนขนาดพอเหมาะที่สามารถยกให้ศีรษะสูงขึ้นเหนือระดับของหัวใจเล็กน้อย และนอนหงายเพื่อช่วยป้องกันของเหลวที่ไหลมารวมกันอยู่บริเวณดวงตา นอกจากลดตาบวมแล้ว วิธีนี้ยังช่วยขับน้ำเหลือง และยังมีผลต่อการขจัดของเหลวออกจากร่างกาย ทำให้ไม่เกิดการสะสมไว้ใต้ผิวหนังอีกด้วย

 

เห็นไหมคะว่า…เพียงแค่ 8 วิธีง่าย ๆ ยามเช้าวันใหม่ ตาของคุณสาวๆ ก็สวยใส พร้อมสบตาหนุ่มๆ หรือพบปะผู้คนนอกบ้านได้แล้วละค่ะ…

 

กระชับเรือนกาย สลายไขมัน

ไขมันหน้าท้องน่ะ ลดไม่ยากหรอก แต่ต้องออกแรงบริหารกันหน่อยค่ะ เรามี ท่าบริหารง่าย ๆ ใช้เวลาวันละ 15 นาที

จะช่วยทำให้กล้ามเนื้อหน้าท้องแข็งแรงขึ้นค่ะ แต่อย่าลืมควบคุมอาหาร ด้วยการรับประทานอาหารที่มีไขมันต่ำ ไฟเบอร์สูง และดื่มน้ำมาก ๆ ด้วยนะคะ จะได้เลิกไว้พุงกันเสียทีไงค่ะ 

ท่าบริหารกล้ามเนื้อหน้าท้องส่วนบน 
1. นอนราบลงบนพื้น งอเข่าขึ้น วางเท้าราบกับพื้นโดยให้เท้าห่างกันประมาณ 1 ฟุต หรือให้อยู่แนวเดียวกับสะโพก ส่วนแขนวางไว้ข้างลำตัว

 

2. หายใจเข้าพร้อมกับยกศีรษะและไหล่ขึ้น เหยียดแขนตึงเลื่อนมือขึ้นให้ปลายนิ้วแตะกับหัวเข่า

3. ลดศีรษะและไหล่กลับลงสู่ท่าเริ่มต้นพร้อมกับหายใจออก ถ้าคุณเพิ่งเริ่มหัดทำ ควรทำซ้ำประมาณ 10 ครั้ง จากนั้นให้ค่อยๆเพิ่มจำนวนครั้งเป็น 15 ครั้งค่ะ

 

 

อวดวงแขนขาวได้ด้วย “มะขาม”

วันนี้มีวิธีดูแลสุขภาพผิวใต้วงแขนมาฝากเพื่อนๆค่ะ หลังจากที่ได้กลิ่นกายหอมสดชื่นน่าเข้าใกล้แล้ว ก็อย่าลืมบำรุงรักษาผิวใต้วงแขนให้ขาวใสพร้อมเผยโชว์ และวิธีง่ายๆ ทำกันได้ทุกบ้านก็คือ รักแร้ขาวด้วยมะขาม

        ถ้าพร้อมกันแล้วก็เตรียมหามะขามกับน้ำผึ้งมาได้เลยค่ะ เพียงแค่ใช้มะขามเปียกที่ซื้อจากตลาดสัก 1 กำผสมน้ำผึ้งเล็กน้อย มาทาใต้วงแขนทิ้งไว้ประมาณ 5 – 10 นาที แล้วล้างออก สัปดาห์ละ 2 ครั้ง เป็นประจำ เท่านี้คุณก็จะได้รักแร้ขาวเนียนพร้อมอวดโฉมมาไว้กับตัวแล้วล่ะค่ะ

ขจัดสิวเสี้ยนด้วยไข่ขาว

วันนี้มีเคล็ดลับดีๆ มาบอกสาวๆ อีกแล้วนะค่ะ การที่คนเราจะสวยใสได้ บางครั้งก็ไม่จำเป็นต้องซื้อของแพงๆมาใช้หรอกนะ แค่ของในบ้านเราเนี้ยแหล่ะ ก็จะทำให้คุณผู้หญิงสวย ใส ไม่มีที่ติได้เหมือนกัน ขั้นตอนไม่ยากเย็นเลยค่ะ เพียงคุณผู้หญิงนำไข่มา 1 ฟอง แล้วเลือกแยกเฉพาะไข่ขาวมานะค่ะ ตีไข่ขาวให้ฟูค่ะ

 

 

ทีนี้นำกระดาษทิชชู่ ชุบลงไป แล้วก็นำมาแปะในจุดที่เราต้องการจะลอกสิวเสี้ยนนะค่ะ เช่น จมูก ใต้คาง เป็นต้น แต่ดิฉันพอกหมดทั้งหน้าเลยค่ะ 55

 

รอให้แห้งสักพักนะค่ะ แล้วทีนี้เพื่อนๆ ก็ค่อยๆ ดึงกระดาษออก ดึงย้อนรูขุมขนเลยค่ะ สิวเสี้ยนทั้งหลายก็จะไม่มีกวนใจคุณผู้หญิงเลยล่ะค่ะ

แนะนำนะค่ะว่า ถ้าจะทำ อย่าทำบ่อยเกินไปค่ะ แค่สับดาห์หรือ 2 สัปดาห์ครั้งก็พอค่ะ เพราะถ้าทำบ่อยเกินใบอาจทำให้รูขุมขนกว้างมากก็ได้ค่ะ ^^

 

เกี่ยวกับโรคอีสุกอีใส

สวัสดีค่ะ วันนี้จะมาพูดกันถึงเรื่องโรคอีสุกอีใส โรคนี้ทุกคนคงรู้จักกันดีนะค่ะ เพราะหลายๆท่าน ก็อาจเคยเป็นมาแล้ว โรคนี้พอเป็นขึ้นมา สิ่งที่รู้สึกกังวลที่สุดก็คงไม่พ้นรอยแผลเป็นหลังที่หายจากโรคนี้หรอกน่ะค่ะ จิงมั้ย? จากการบอกเล่ามา เค๊าว่ากันว่า โรคนี้จะเป็นเพียงแค่ครั้งเดียวแล้วจะไม่กลับไปเป็นอีก แต่สำหรับตัวดิฉันเอง เคยเป็นโรคนี้มาแล้วว 3 ครั้ง ฉะนั้นการบอกเล่าก็ไม่จริงเสมอไปค่ะ เพราะบางทีภูมิต้านทานคนเรามีมากน้อยแตกต่างกันไป ดังนั้นผู้ที่เคยเป็นแล้วก็อย่าชะล่าใจไปนะค่ะ เพราะอาจจะเป็นซ้ำเหมือนดิฉันก็ได้ จึงควรระวังอยู่ห่่างจากผู้ที่เป็นโรคอีสุกอีใสไว้ค่ะ เพราะโรคนี้เป็นโรคติดต่อทางผิวหนังนะค่ะ

จากที่เล่าถึงประสบการณ์การเป็นโรคนี้ของดิฉันแล้ว ต่อไปจะเป็นความรู้เกี่ยวกับโรคอีสุกอีใส เพื่อที่จะได้ให้ทุกคนป้องกันหรือระมัดระวังตัวให้ปลอดภัยจากโรคนี้นะค่ะ

โรคอีสุกอีใส เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสวาริเซลล่า มีลักษณะอาการเป็นผื่นแดงราบ ตุ่มใส ตุ่มหนอง กระจายตามหน้า ลำตัว และแผ่นหลัง และมีไข้

สาเหตุของโรค เกิดจากเชื้อไวรัสที่มีชื่อว่า ไวรัสวาริเซลลา (Varicella virus) หรือ Human herpes virus type 3 เป็นเชื้อไวรัสชนิดเดียวกับที่ทำให้เกิดงูสวัด

การติดต่อ ติดต่อโดยการสัมผัสถูกตุ่มน้ำโดยตรงหรือ สัมผัสถูกของใช้ (เช่น แก้วน้ำ ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว ผ้าห่ม ที่นอน) ที่เปื้อนถูกตุ่มน้ำของคนที่เป็น อีสุกอีใสหรืองูสวัด หรือสูดหายใจเอาละอองของตุ่มน้ำ ผ่านเข้าทางเยื่อเมือกระยะฟักตัว 10-20 วันในรายที่เป็นงูสวัด สามารถติดต่อในรูปแบบของอีสุกอีใสได้ โดยเฉพาะมารดาที่ให้นมบุตร หากมารดาเป็นงูสวัดบุตรก็จะเป็นอีสุกอีใสได้

อาการของโรค เด็กที่เป็นจะมีไข้ต่ำ อ่อนเพลียและเบื่ออาหาร ส่วนผู้ใหญ่มักจะมีไข้สูง มีอาการปวดเมื่อยตามเนื้อตัวคล้ายไข้หวัด ขณะเดียวกันก็จะมีผื่นขึ้นพร้อมๆ กับวันที่เริ่มมีไข้ หรือ 1 วันหลังมีไข้ โดยในระยะแรกจะขึ้นเป็นผื่นแดงราบก่อน ต่อมาจะกลายเป็นตุ่มนูน มีน้ำใสๆ และคัน ต่อมาอีก 2-3 วันก็จะตกสะเก็ด ผื่นและตุ่มเหล่านี้จะขึ้นตามไรผมก่อนแล้วกระจายไปตามใบหน้าและลำตัว แผ่นหลัง บางคนจะมีตุ่มขึ้นในช่องปากทำให้ปากและลิ้นเปื่อย จะเกิดอาการเจ็บคอ บางคนอาจไม่มีไข้ มีเพียงผื่นและตุ่มขึ้นเท่านั้น ผื่นจะขึ้นมากที่สุดที่ใบหน้าและลำตัว เด็กวัยรุ่นและผู้ใหญ่มักจะมีอาการรุนแรงและมีตุ่มขึ้นมากกว่าเด็ก โดยทั่วไปผื่นหายได้โดยไม่มีแผลเป็น ยกเว้นมีเชื้อแบคทีเรียมาแทรกซ้อน โรคนี้เมื่อหายแล้วมักจะมีเชื้อหลบอยู่ที่ปมประสาท ซึ่งอาจจะออกมาเป็น งูสวัด ในภายหลังได้ เนื่องจากผื่นและตุ่มที่ขึ้นนี้จะค่อยๆขึ้นทีละระลอก ไม่ขึ้นพร้อมกันทั่วร่างกาย บางทีจะขึ้นเป็นผื่นแดงราบ บางทีขึ้นเป็นตุ่มน้ำใสๆ บางทีขึ้นเป็นตุ่มกลัดหนอง และบางทีเริ่มตกสะเก็ด จึงทำให้คนสมัยก่อนเรียกโรคนี้ว่า อีสุกอีใส

อาการแทรกซ้อน ที่พบบ่อยคือ การติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนบนผิวหนัง ทำให้กลายเป็นหนองและมีแผลเป็นตามมา ในบางรายเชื้ิอแบคทีเรียที่แทรกซ้อนอาจกระจายเข้าไปในกระแสเลือดทำให้เกิดภาวะโลหิตเป็นพิษและปอดบวมได้ ในผู้ใหญ่ที่มีภูมิต้านทานต่ำ เช่นได้รับยารักษามะเร็ง หรือ สเตอรอยด์ เชื้ออาจจะกระจายไปยังอวัยวะภายในเช่น สมอง ปอด ตับ ได้

” โรคนี้ไม่ใช่โรคติดต่อแต่เป็นโรคที่ติดตัวทุกคนมาตั้งแต่กำเนิด ทุกคนจะเป็นหรือไม่เป็นก็ขึ้นอยู่กับเวลาของบุคคลนั้นๆ “

การรักษา เนื่องจากเป็นโรคที่หายเองได้ โดยอาจจะมีไข้อยู่เพียงไม่กี่วัน ส่วนตุ่มจะตกสะเก็ดและค่อยๆหายใน 1-3 สัปดาห์ ผู้ป่วยจึงควรพักผ่อน และดื่มน้ำมากๆ ถ้ามีไข้สูงใช้ยาพาราเซตามอล เพื่อลดไข้ได้ ไม่ควรใช้แอสไพริน เพราะอาจทำให้เกิดอาการทางสมองและตับ ทำให้ถึงตายได้ ควรอาบน้ำและใช้สบู่ฟอกผิวหนังให้สะอาด ควรตัดเล็บให้สั้นและหลีกเลี่ยงการแกะเกา เพราะอาจทำให้ติดเชื้อได้ ในรายที่คันมากๆ อาจให้ยาแก้คัน เช่น คลอเฟริรามีน ช่วยลดอาการคันได้ ในปัจจุบัน มียาที่ใช้ยับยั้งการเจริญเติบโตของไวรัส แต่ต้องใช้ในขนาดสูงและราคาแพงมาก นอกจากนี้จะต้องเริ่มใช้ภายในวันแรก มิฉะนั้นอาจไม่ได้ผล หรือไม่ได้ผลดี

การดูแลรักษา โรคอีสุกอีใส

  1. ไม่ต้องตกใจว่าเป็นโรคผิวหนัง ไม่แกะเกาปุ่มหนองใส
  2. การดูแลทั่วไป โรคอีสุกอีใสเป็นโรคที่ไม่รุนแรง โดยปกติแล้วจะเป็น เองหายเอง อาจจะมีข้อยกเว้นบ้างโดยเฉพาะในผู้ใหญ่ ซึ่งอาจจะมีอาการรุนแรงกว่า เช่น เป็นไข้หรือมีอาการ ทางผิวหนัง เช่น แผลมีการติดเชื้อหรือมีอาการคันรุนแรง หรือมีโรคแทรกซ้อนอื่นๆ เช่น อาการปอดบวมจาก เชื้อไวรัส ในกลุ่มที่อาการไม่รุนแรงนี้ การให้ยาบางชนิด เช่น ยาบรรเทาอาการคัน การใช้น้ำสะอาดหรือ น้ำเกลือประคบ จะช่วยทำให้รู้สึกสบายตัวขึ้น ในเด็กควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาลดไข้จำพวกแอสไพริน เพราะอาจ จะทำให้มีโรคแทรกซ้อนอย่างอื่นตามมาได้
  3. การรักษาแบบเจาะจง คือการใช้ยาต้านเชื้อไวรัสอีสุกอีใส ซึ่งควรจะให้ในระยะเวลา 24-48 ชั่วโมง หลังมีผื่นขึ้น ซึ่งเชื่อว่าการที่สามารถให้ยาได้ทันและมีปริมาณพอเพียง ในช่วงนี้สามารถทำให้การตก สะเก็ดของแผล ระยะเวลาของโรคสั้นลง การทำให้แผลตกสะเก็ดเร็วขึ้น โอกาสการเกิดแผลติดเชื้อหรือแผลที่ลึกมากก็น้อยลง ดังนั้น แผลเป็นแบบหลุมก็น้อยลงด้วย อย่างไรก็ตามยาในกลุ่มนี้ก็มีราคาแพงมาก การพิจารณาเลือกใช้ยากลุ่มนี้จึง ควรอยู่ในดุลยพินิจของแพทย์และของผู้ป่วย สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การดูและผิวในระยะ ที่มีผื่นอย่างถูกต้อง เช่น ทำความสะอาดแผลให้ปราศจากสิ่งสกปรกหรือป้องกันการแทรกซ้อนของเชื้อแบคทีเรีย กินยาเขียววันละ3ครั้ง 7ถึง10เม็ด

เรื่องควรรู้เกี่ยวกับอีสุกอีใส

  1. โรคนี้เมื่อเป็นแล้วอาจมีโอกาสเป็น งูสวัดได้ในภายหลัง
  2. ควรแยกผู้ป่วยออกต่างหากเพื่อป้องกันการติดต่อ โดยระยะแพร่เชื้อจะเริ่มตั้งแต่ 24 ชม. ก่อนที่ผื่นหรือตุ่มแห้งหมด ซึ่งใช้เวลาประมาณ 6-7 วัน
  3. ไม่มีของแสลง
  4. ปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันโรค อีสุกอีใส แล้ว

 

ผิวสวยด้วย มะขามเปียกผสมน้ำผึ้ง

สวัสดีค่ะ วันนี้มีเคล็ดลับดีๆ เกี่ยวกับเรื่องสวยๆงามๆมาเล่าให้ฟังเผื่อคุณผู้หญิงจะได้นำไปใช้เพื่อให้ผิวพรรณของเราขาวเนียนสวยขึ้นนะค่ะ อุปกรณ์ก็ไม่มีอะไรมากมาย เพียงแค่เพื่อนๆเตรียม มะขามเปียก กับ น้ำผึ้งแท้ๆ มาผสมกัน แล้วนำมาพอกให้ทั่วใบหน้า แขน ขา แม้กระทั้งรักแร้ของเรา และถ้ามีเวลา ก้อขัดๆ ถูๆ มันสะหน่อยนะค่ะ รับรองถ้าทำเป็นประจำติดต่อกัน ผิวของคุณผู้หญิงจะสวยใส เนียนเชียวแหล่ะค่าา า า….



กินโออิชิบุฟเฟต์ เพื่อสุขภาพ

แท็กซี่เป็น sale
เมื่ออาทิตย์ก่อนไปกิน โออิชิ บุฟเฟ กับพี่ที่ทำงานมา ตอนแรกกะว่าจะไปกินเคเอฟซี แต่พอเลิกงานเดินออกจากบริษัทไปข้ามสะพานลอยเพื่อไปรอรถที่ฝังหนึ่ง แล้วพี่เค้าก็บอกว่า ไปกิน โออิชิกันดีกว่า
<รูปภาพ>
เดี๋ยวพี่พาไปเอง เราก็ถามว่าไกลเปล่าเค้าก็บอกไม่ไกล ก็เลยขึ้นแท็กซี่ไป แต่แท็กซี่ที่ขึ้นไปเค้าดันพูดมาก ถามโน่น นี่ ตลอดทาง พี่ที่ไปด้วยเค้านั่งเบาะหน้า คนขับก็หันไปคุยตลอดๆ จนพี่ที่ทำงานคนนั้นต้องบอกไปว่า “ผมขอนั่งเงียบๆ ได้ไหมครับ เพิ่งจะเครียดกับงานมา ขอผมอยู่เงียบๆ สักพักนะครับ” พอคนขับได้ยินเค้าก็ดีนะไม่ว่าอะไร เค้าก็บอกว่า “งั้นผมขอโทษครับ ผมกลัวพวกคุณเซงเพราะรถติด ผมเลยชวนคุย” 555 เค้าหวังดี เราก็เลยบอกเค้าไปว่าพี่เค้าคงหิวมากเลยไม่อยากคุย แล้วคนขับก็บอกว่า ผมคงติดพูดมากไปหน่อย เพราะผมเป็น sale ตอนกลางวัน พอตอนกลางคืนผมถึงเป็นคนขับแท็กซี่ ว่าแล้ว ทำไมพี่พูดมากจัง เพราะคนขับแท็กซี่เป็น sale นี่เองถึงชวนคุย แล้วก็พูดไทยบนอังกฤษด้วย