• ฟุตบอล ผลบอล สกอลบอล ทายผลบอล GCLUB ทำอาหาร ข่าวดารา นักร้อง ดอกส้มสีทอง อาหารไทย อาหารอร่อย คาสิโนออนไลน์ รับรื้อถอน ไข้หวัดอีโคไล อั้มเลิกโน๊ต เจนนี่ คลิปดารา เป้ยปานวาด maxim naruto ตอนใหม่ รับทุบตึก เพลงใหม่ ดูหนังใหม่ ทวิตเตอร์คนดัง แทงบอลออนไลน์ เกมส์ออนไลน์ ราคาทอง< เลือกตั้ง พรรคเพื่อไทย ป้ายโหวตโน บาคาร่า ใช้สิทธินอกเขต สอน php

3.เคล็ดลับการกิน ผักสด ผลไม้ให้อร่อย

 

เอาใจใสเมื่อซื้อกันหน่อยนะคะ
ความสดของผักผลไม้กำหนดได้ตั้งแต่ขั้นตอนของการซื้อที่ควรเลือกผักผลไม้สด ๆ ไม่มีใบเน่าเสียถ้าเป็นผลไม้ต้องไม่มีรอยช้ำ สี และรูปร่างผิดปกติคุณอาจดมดูก็ได้ว่ามีกลิ่นตุ ๆ หรือเปล่า เมื่อซื้อแล้วนำกลับบ้านต้องระวังวางไว้บนสุดของตะกร้าจะได้ไม่ต้องถูกข้าวของอื่นๆ ทับจนชอกช้ำเสียหาย

อย่าซื้อเก็บไว้คราวละมากๆ
ธรรมชาติของผักและผลไม้ส่วนใหญ่จะอายุสั้น เน่าเสียเร็วแม้เก็บไว้อย่างดีในตู้เย็น(ยกเว้นจำพวกพืชผัก เช่น มันฝรั่ง ไซเท้า แครอท และผลไม้ อย่างเช่น แอปเปิ้ล) ดังนั้นเมื่อจะซื้อผักและผลไม้ควรกะปริมาณแค่ 2-3วันก็พอ ถ้าซื้อเก็บไว้มากเกินไปจะสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุเพราะ กินไม่ทันและเน่าเสียไปเปล่าๆ

จัดเก็บอย่างเหมาะสม
การจัดเก็บอย่างเหมาะสมช่วยยืดอายุผักและผลไม้ได้มาก เมื่อเอาผักเข้าเก็บในตู้เย็นควรเก็บไว้ต่างหากในช่องเก็บผัก ซึ่งมีความชื้นมากกว่าและอากาศถ่ายเทได้สะดวกกว่าส่วนอื่นๆ สำหรับผักใบเขียวต้นเล็ก และช้ำง่าย เช่น ต้นหอม ผักชีฝรั่ง ควรล้างน้ำเย็นทันทีที่ถึงบ้าน และปักไว้ในแก้วน้ำเมื่อเก็บเข้าตู้เย็น

ล้างเฉพาะที่จำเป็น
ตามหลักโภชนาการแล้ว ถ้าต้องการให้ผักและผลไม้คงความสดได้นานควรล้างน้ำอุ่นก่อนรับประทาน นอกจากผักที่ใช้ทำสลัดและพวกต้นหอม ผักชีฝรั่ง ก็ควรล้างก่อนนำไปเก็บตู้เย็น และผักที่มีใบห่อหุ้มหลายชั้น เช่นผักกาด กระหล่ำปลี ควรลอกเอาใบที่เน่าเสียออกก่อน และพืชหัวอย่างมะเขือ แครอท และ แอปเปิ้ล ทำความด้วยแปรงขนนุ่มในน้ำเย็นก่อนเก็บในตู้เย็น

รักษาความเย็นให้คงที่
การเก็บผักในตู้เย็นให้ได้ผลและอยู่ทนต้องเก็บไว้ในความเย็นระดับ 5 องศาเซลเซียส โดยเก็บผักและผลไม้ที่ตัดและหั่นแล้วไว้ในกล่องหรือถุงมีฝาปิดมิดชิด เมื่อรับประทานถ้าเป็นที่บ้านให้เก็บไว้ในตู้เย็นจนกว่าจะถึงเวลารับประทาน และในกรณีที่ไปปิกนิกนอกบ้านควรเก็บไว้ในกล่องรักษาความเย็นหรือกระติกน้ำแข็ง

ปลอดภัยไว้ก่อน
การรับประทานผักและผลไม้ โดยเฉพาะผักสดมีโอกาสติดเชื้อแบคทีเรียและท้องร่วงได้ง่ายยิ่งในสภาพอากาศร้อนชื้นอย่างในเมืองไทย ที่มีสถิติผู้ป่วยด้วยโรคท้องร่วงปีละจำนวนมาก ดังนั้นเมื่อรับประทานผักสดและผลไม้ต่าง ๆจึงควรปลอดภัยไว้ก่อนด้วยการรักษาอนามัย ตั้งแต่ภาชนะที่ใส่ ตู้เย็นพื้นที่ประกอบอาหาร มีที่ใช้หั่น เขียงที่รอง และล้างมือทุกครั้งก่อนทำอาหาร รวมทั้งล้างผักผลไม้โดยแช่ไว้ในน้ำสะอาดละลายด่างทับทิม ทั้งนี้เพื่อให้เราและสมาชิกในครอบครัวได้ประโยชน์จากการรับประทานผักผลไม้โดยไม่เสี่ยงกับโรคภัยต่างๆ

 

 

 

รักษ์หัวใจ…ใส่ใจสุขภาพ กันดีกว่า


หัวใจเป็นอวัยวะที่มีความสำคัญต่อร่างกาย หากเราปล่อยปละละเลย ไม่ให้ความทะนุถนอมหัวใจก็จะส่งผลร้ายต่อชีวิต โดยเฉพาะสมัยปัจจุบันนี้สิ่งที่บั่นทอนสุขภาพของหัวใจมากที่สุดก็คือ อาหารที่รับประทานเข้าไป ซึ่งถ้ารับประทานแบบไม่ยั้งคิดก็สามารถส่งผลให้เกิดโรคหัวใจ ซึ่งคร่าชีวิตคนจำนวนมากมาแล้ว นอกจากนี้ยังส่งผลต่อสุขภาพทางเพศของคุณผู้ชายมาแล้วนับไม่ถ้วนทำให้เกิดโรคอีดี อวัยวะเพศไม่แข็งตัว อ่อนตัวไว และยังหมดอารมณ์ทางเพศ ทำให้ความเป็นชายลดลง ส่งผลเสียต่อการใช้ชีวิตประจำวัน

ฉะนั้นหากเราดูแลหัวใจให้แข็งแรง สุขภาพทางเพศก็ย่อมแข็งแรงตามมาด้วย การดูแลหัวใจให้แข็งแรงด้วยวิธีง่ายที่สุดก็คือการเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสมกับหัวใจ ได้แก่ ข้าว แนะนำข้าวที่ไม่ขัดสี เพราะมีเส้นใยอาหารและมีสารอาหารมาก ปลามีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย เป็นโปรตีนย่อยง่ายและไม่ทำให้เกิดตะกอนในหลอดเลือดหัวใจ ซึ่งจะเป็นปลาทะเลหรือปลาน้ำจืดก็ได้ ผักควรเลือกรับประทานผักหลากสี เช่น ฟักทอง มะเขือเทศ มะเขือม่วง คะน้าให้กากใยและวิตามินที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระป้องกันการเกิดอุดตันในหลอดเลือดหัวใจ ผลไม้ควรเป็นผลไม้รสไม่จัด และยังสด ไม่ผ่านการแปรรูป เช่น กล้วย ส้ม มะละกอ ควรระวังผลไม้ที่ให้พลังงานสูง เช่น ทุเรียนและมะขามหวาน ส่วนกลุ่มเครื่องเทศและสมุนไพร จะมีสารต้านอนุมูลอิสระที่เป็นประโยชน์อยู่แล้ว ด้านวิธีการปรุงอาหาร ควรหลีกเลี่ยงอาหารทอด และเนื้อสัตว์ที่มีไขมันสูง นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงอาหารหมักดอง เช่น ปลาเค็ม หอยดอง จะทำให้ร่างกายได้รับเกลือเกินโดยไม่จำเป็น การตรวจกราฟหัวใจสม่ำเสมอทุกปีเป็นวิธีที่จำเป็นช่วยบอกถึงสุขภาพภายในของกล้ามเนื้อหัวใจบอกถึงอาการขาดเลือดการเต้นอย่างละเอียด สะท้อนถึงอาหารที่กินไปได้อย่างดี การตรวจความหนาของเส้นเลือดคารอติดที่ไปเลี้ยงสมอง โดยใช้เครื่องอัลตราซาวด์ ก็ช่วยบอกถึงสุขภาพของหลอดเลือดแดงไอเอ็มที ว่ามีขยะไขมันมากเกินระดับไหน มีอันตรายต่ออาการหลอดเลือดแข็งตัว ระดับใดต้องเร่งกำจัดขจัดขยะไขมัน อย่างเร่งรีบระดับใด สุดท้ายต้องระวังการกินของอร่อยแต่ไขมันมากเกินไป ทำให้เกิดกองขยะไขมัน ทราบล่วงหน้าได้โดยตรวจเลือดไขมัน 4 ตัว ทุก 2 ปี ถ้ามีปัญหาไขมันสูงก็ต้องตรวจซ้ำทุก 3-6 เดือน จะได้ควบคุมด้วยยาอย่างใกล้ชิด หลักใหญ่ ๆ ให้กินอาหารเนื้อ หมู ไก่ น้อยแทนที่ด้วยการกินผักปลามาก ออกกำลังทุกวัน ทำใจให้เครียดน้อยที่สุด ช่วยให้สุขภาพแข็งแรงทั้งทางกายและทางเพศโดยมีหัวใจแข็งแรงเป็นตัวช่วย

การรับประทานอาหารในแต่ละวันให้รับประทานอย่างพอเพียง ห้ามอิ่มมากไป พร้อมกับออกกำลังคู่กันไปเป็นเงาตามตัว คืออาหารไขมันน้อยเป็นเงาคู่กับการออกกำลัง หากดูแลสุขภาพด้วยการเอาใจใส่ลดอาหารการกินโรคทางกายต่าง ๆ ก็จะไม่ตามมา สุขภาพทางเพศก็แข็งแรง ชีวิตรักก็จะชุ่มชื่นหัวใจ เสพสมอารมณ์หมายกันไปจนอายุ 90 ปีเลยทีเดียว

มาทำสวย ด้วยการทำสีผมแรงๆ ต้อนรับสงกรานต์กันดีกว่า

 

มาทำสวย ด้วยการทำสีผมแรงๆ ต้อนรับสงกรานต์กันดีกว่าเพื่อน เราก็พึงย้อมมาแต่ไม่แรงเท่าไร เอาเบาๆพอแต่เราว่าเราคิดผิดอะ ถ้าเราทำแล้วเราน่าจะจัดหนักไปเลยเนาะ ไม่ทันแล้วสิคะ นั้นเราขอมาแนะนำเพื่อนๆดี ตอนนี้สีที่มาแรงน่าจะเป็น สีแดงนะคะ แต่ก็มีหลายแบบและยี่ห้อนะคะเพื่อนๆ ควรเลือกกันให้ดีๆนะ แล้วเวลาย้อมเสร็จก็ควรที่จะบำรุ่งด้วยนะคะ เราเราจะได้ดูมีสีสวยและดูมีชีวิตชีวาขึ้นนะ ไม่ใช้แห้งกรอบเลยนะคะ

มาดูการบำรุงรักษาเวลาเราทำสีผมกันเสร็จแล้วดีกว่า

1) อุณหภูมิน้ำที่ใช้ในการสระ

น้ำที่ใช้ในการสระทำความสะอาดผม ไม่ควรใช้น้ำร้อนเกินไปเนื่องจากจะทำให้เปลือกหรือเกล็ดผม (Cuticle – อ่านเรื่องเกี่ยวกับเกล็ดผมได้ในบทความ “ผมสุขภาพดีเป็นอย่างไร” คลิกที่นี่) บวม ทำให้อณูของเม็ดสีที่ย้อมไว้หลุดออก เป็นผลทำให้สีผมด้านจางลง

2) หลีกเลี่ยงแสงแดด

สาวๆ ควรหลีกเลี่ยงแสงแดดจัดเนื่องจากรังสีเหนือม่วง (UV – ยูวี) เป็นอันตรายต่อเส้นผมด้วยนอกจากที่เป็นอันตรายกับผิวของสาวๆ เรานะคะ สำหรับผิวก็ยังพอทนได้เพราะเราสามารถทาครีมกันแดดได้ (อ่านเรื่อง “เลือกครีมกันแดดอย่างไรดี” คลิกที่นี่) แต่ผมสวยๆ ของเรานี่สิ เราไม่ได้ทาครีมกันแดดไว้เสียด้วย แต่ก็ยังมีวิธีป้องกันนะคะ ง่ายมากเลยก็คือใส่หมวกใบสวย หรือกางร่มเสีย แค่นี้ก็หมดเรื่องค่ะ

3) ผ้าเช็ดผมและหวีที่ดี

ในการซื้อผ้าสำหรับเช็ดผม (สาวๆ อย่าใช้ผ้าเช็ดตัวมาเช็ดผมปะปนกันนะคะ เดี๋ยวพาลผมเสีย แถมเนื้อตัวเป็นสิวเนื่องจากสารเคมีหรืออย่างอื่นปนเปื้อนอีก ต้องใช้แยกกันนะคะ) ควรเลือกแบบที่เป็นใยไฟเบอร์ขนาดเล็ก ที่สามารถซับน้ำได้ดีกว่าปกติ ทำให้ไม่ต้องเช็ดๆ ถูๆ ถูไปถูมาหลายรอบเส้นผมก็พังเสียหายพอดีจริงไหมคะ นอกจากนั้นแล้วก็จัดการหาหวีดีๆ ไว้ใช้งานด้วยนะคะ เลือกที่ซี่ห่างสักหน่อย เวลาหวีจะได้ไม่ทำร้ายผมจนเสียหายค่ะ

แชมพูสำหรับเส้นผมทำสี

สาวๆ ที่ทำสีผมมา จะต้องใช้แชมพูสำหรับผมทำสีโดยเฉพาะค่ะ แชมพูพวกนี้จะช่วยลดความแห้งกร้านของเส้นผม ลดอัตราการขาดร่วงและอ่อนโยนพอที่จะใช้ได้บ่อยและกับเส้นผมที่ (ถูกทำร้ายมารอบหนึ่งแล้วโดยการ) ทำสีมา แชมพูพวกนี้มักจะผสมสารกันแดดเพื่อป้องกันเส้นผมจากรังสียูวีต่างๆ ลองเลือกหาสักยี่ห้อที่ไว้ใจได้ไว้ใช้งานนะคะ โดยที่บางชนิดอาจจะเป็นแบบไม่มีซัลเฟตหรือเกลือผสมอยู่ ทำให้สีที่ทำมาไม่เสียหายและอยู่คงทนได้นานค่ะ
แล้วครีมบำรุงผมล่ะ

นอกจากการเลือกแชมพูให้ถูกต้องแล้ว ยังต้องเลือกครีมนวดบำรุงเส้นผมที่ออกแบบผสมมาสำหรับเส้นผมที่ทำสีมาโดยเฉพาะด้วยค่ะ ครีมนวดผมช่วยทำให้เส้นผมชุ่มชื้น ทำให้สีไม่หลุดออกโดยง่าย และช่วยไม่ให้เส้นผมพันกัน และยังทำให้เส้นผมดูเงางามและมีสุขภาพที่ดีดูสวยงาม ถ้าสาวๆ ต้องการบำรุงผมเป็นพิเศษ ให้ใส่ครีมบำรุงผมแล้วพันไว้ด้วยผ้าขนหนูสักสิบนาที จากนั้นจึงค่อยล้างออกนะคะ

อย่าลืมนะคะ เส้นผมที่ทำสีมา เป็นเส้นผมพิเศษ ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ เพื่อจะได้คงความสวยไว้กับเรานานๆ นะคะ

น้ำมะพร้าวช่วยคุณได้

” น้ำมะพร้าว ” ถือเป็นเครื่องดื่มเกลือแร่จากธรรมชาติ เพราะต้นมะพร้าวมีลำต้นสูง ต้องผ่านการกลั่นกรองตามชั้นต่างๆ ของลำต้นกว่าจะถึงลูกมะพร้าวที่อยู่ข้างบน น้ำมะพร้าวที่ได้มาจึงบริสุทธิ์มาก และอุดมไปด้วยแร่ธาตุหลายชนิด เช่น โพแทสเซียม เหล็ก โซเดียม แคลเซียม แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส ทองแดง กรดอะมิโน กรดอินทรีย์ และวิตามินบี แถมยังมีน้ำตาลกลูโคสที่ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ประ โยชน์ได้ภายใน 5 นาที และยังเป็นประโยชน์ในการขับสารพิษและชำระล้างร่างกาย ด้วยค่ะ

การดื่มน้ำมะพร้าวทุกวันจะช่วยชะลออาการอัลไซเมอร์ได้ จากผลงานวิจัยของ ดร.นิซาอูดะห์ ระเด่นอาหมัด อาจารย์ประจำภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พบว่า ในน้ำมะพร้าวมีฮอร์โมนคล้ายฮอร์โมนเพศหญิงหรือเอสโตร เจนสูง ซึ่งมีผลช่วยชะลอการเกิดโรคอัลไซเมอร์หรือความจำเสื่ อมในสตรีวัยทอง นอกจากนี้ การดื่ม น้ำมะพร้าวเป็นประจำทุกวันยังสามารถช่วยสมานแผล ทำให้แผลหายเร็วขึ้นกว่าปกติ และไม่ทิ้งรอยแผลเป็นอีกด้วยค่ะ

แผลเป็นจะหายไป ถ้าอ่าน”เคล็ดลับวิธีการรักษา”

 

เรื่องของแผลเป็นหลายคนคงไม่อยากมีจริงไหมค่ะยิ่ง แผลเป็น มาเกิดเป็นที่หน้าด้วยแล้วคงจะสร้างความกังวลใจให้กับคุณมากเลยใช่ไหมล่ะค่ะ คุณจึงต้องรีบหาวิธีรักษาแผลเป็นกันยกใหญ่เลย และวันนี้เราเองก็นำสาระน่ารู้เรื่อง “แผลเป็น” และ “วิธีรักษาแผลเป็น” มาฝากให้ใครที่มีความกังวลเกี่ยวกับเรื่อง แผลเป็น รวมถึงอยากรู้ว่ามี วิธีรักษาแผลเป็น อย่างไรบ้างเอ่ย และอีกอย่างหนึ่งก็คือ ชนิดของแผลเป็นแต่ละคนก็ดูจะไม่เหมือนกันซะด้วยซิ ฉะนั้นเรามาดูเรื่อง “แผลเป็น” และ “วิธีรักษาแผลเป็น” กันเลยดีกว่าค่ะ

มาดูกันว่าแผลเป็นมีกี่ชนิดกันบ้างนะคะ

แผลเป็นมีหลายรูปแบบแต่แผลเป็นที่ถือว่าผิดปกตินั้นจะแบ่งออกได้เป็น 3 ลักษณะ คือ

1. แผลเป็นที่โตนูน แผลเป็นที่โตนูนมี 2 แบบคือ

แผลเป็นนูนเกิน หรือ hypertrophic scar : เป็นแผลเป็นที่โตนูนแต่ไม่เกินขอบเขตของแผลเดิม นระยะแรกจะมีลักษณะนูน แดง คัน

แผลเป็นคีลอยด์ : เป็นแผลเป็นที่โตนูนและขยายใหญ่เกินขอบเขตของแผลเดิมไปมาก

2. แผลเป็นที่ลึกบุ๋มลงไปที่เรียกว่า depressed scar มีลักษณะเป็นร่องหรือรูบุ๋มลึกลงไปใต้ผิวหนัง

3. แผลเป็นที่มีการหดรั้งร่วมด้วย เรียกว่า scar contracture : แผลเป็นชนิดนี้จะดึงรั้งอวัยวะบริเวณแผลให้ผิดรูปได้

แผลเป็นทั้งสามลักษณะนี้อาจจะมีผิวสีซีดที่เรียกว่า hypopigmentation หรือผิวสีเข้ม hyperpigmentation ก็ได้

 

 เราจะป้องกันได้อย่างไร

การป้องกันการเกิดแผลเป็นเป็นเรื่องสำคัญโดยเฉพาะการที่มีแผลใหม่ ๆ เราจะเริ่มโดยการแนะนำให้ผู้ป่วยนวดหรือการกดบริเวณนั้น ๆ โดยทั่วไปแล้วการนวดอย่างสม่ำเสมอในระยะประมาณ 3-6 เดือนแรก เป็นเรื่องสำคัญและจะช่วยให้แผลเป็นนั้นลดการขยายตัวและนูนเกินได้ ในบางครั้งแผลเป็นที่มีขนาดใหญ่กว้างเช่นแผลเป็นที่เกิดจากไฟไหม้หรือน้ำร้อนลวก อาจจำเป็นที่จะต้องใช้เครื่องมือพิเศษหรือผ้ารัดหรือ pressure garment

Pressure garment นี้จะต้องสวมใส่เพื่อที่จะรัดบริเวณที่เกิดแผลเป็น เช่น ใบหน้า ลำตัว และแขน ขา ในช่วงระยะประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปีแรกหลังจากได้รับอุบัติเหตุ การนวดก็จะสามารถลดการเกิดแผลเป็นได้เช่นเดียวกัน ดังนั้นในช่วงระยะแรกที่แผลเป็นมีการอักเสบอยู่การนวดก็จะช่วยลดไม่ให้แผลเป็นมีการขยายใหญ่โตได้

 

 

 

 

 วิธีรักษาแผลเป็นมีกี่วิธี

หากพบว่ามีแผลเป็นเกิดขึ้นแล้วจะเริ่มจากการรักษาโดย

วิธีที่ 1 คือวิธีอนุรักษ์หรือว่า conservative ก่อน โดยส่วนใหญ่แล้วพบว่าเกิน 95 % รักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด วิธีที่แนะนำให้ใช้วิธีแรกคือ การใช้แผ่นซิลิโคนปิดแผ่นซิลิโคนนี้จะเป็นแผ่นเจลใส ๆ ที่ทำมาจากซิลิโคน เราสามารถปิดไว้บนบาดแผล หลังจากบาดแผลหายดีแล้วประมาณ 7 วัน การปิดแผลนี้แนะนำให้ปิดตลอด 24 ชั่วโมง เป็นเวลาประมาณ 3 เดือน ซึ่งข้อดีจะทำให้บริเวณผิวหนังที่อยู่ใต้แผ่นซิลิโคนนี้ มีความชุ่มชื้นมากขึ้นทำให้ลดการอักเสบได้

วิธีที่ 2 เนื่องจากว่าบางครั้งเราพบว่าการปิดด้วยซิลิโคนอาจจะไม่สะดวก การใช้แผ่นเทปเหนียวหรือว่า microporous tape ก็จะสามารถทดแทนได้เช่นเดียวกัน แผ่นเทปเหนียวนี้สามารถใช้ปิดลงบนบาดแผลได้โดยตรงและจะทำให้ผิวหนังบริเวณใต้ต่อเทปนี้มีความชุ่มชื้นมากขึ้นทำให้มีการอักเสบลดน้อยลง

วิธีที่ 3 การฉีดยาด้วยยาสเตียรอยด์จะลดการอักเสบของการเกิดเป็นแผลเป็นนูนเกินหรือคีลอยด์ได้ยาที่แนะนำคือ Triamcinolone acetonide ซึ่งเป็นยาฉีดเฉพาะที่สามารถลดการอักเสบ วิธีการรักษาคือฉีดยาเข้าไปในแผลเป็นโดยตรงแต่ก็อาจทำให้มีอาการเจ็บได้พอสมควรในระหว่างการฉีดยา จะแนะนำให้ฉีดแผลเป็นนี้ในช่วงระยะประมาณไม่เกิน 1 ปีแรกหลังจากที่ได้รับบาดเจ็บ ส่วนใหญ่แล้วจะนัดมาฉีดประมาณเดือนละ 1 ครั้ง ซึ่งความถี่ในการฉีดขึ้นอยู่กับการตอบสนองของยาว่าเป็นอย่างไร

วิธีที่ 4 คือการผ่าตัด การผ่าตัดมีอยู่หลายวิธีขึ้นอยู่กับรูปแบบของแผลเป็นนั้น ถ้าเป็นกรณีที่เกิดเป็นแผลเป็นนูนเกินหรือคีลอยด์เราก็อาจจะใช้วิธีตัดออก หรือว่าลดขนาดลงบางส่วน วิธีนี้อาจจะใช้ร่วมกับการรักษาโดยวิธีอื่น เช่น การฉีดยาหรือการปิดด้วยแผ่นซิลิโคนก็ได้ การผ่าตัดมีอยู่หลายวิธีอาจจะใช้วิธีตัดออกโดยตรงแล้วเย็บปิดเป็นเส้นตรงหรืออาจจะตัดออกเป็นรูปซิกแซกเพื่อที่จะให้แผลเป็นที่เกิดขึ้นใหม่มีลักษณะใกล้เคียงกับรอยย่นตามผิวหนัง

การผ่าตัดอีกวิธีหนึ่งคือการลดขนาดของแผลเป็น วิธีนี้เราจะใช้วิธีการตัดแผลเป็นออกบ้างบางส่วนโดยจะไม่ตัดออกทั้งหมด หลังจากนั้นจะนัดผู้ป่วยมาเพื่อติดตามผลการรักษา หากแผลเป็นมีขนาดเล็กลงอาจจะนัดมาตัดซ้ำอีกครั้ง เรียกว่าการตัดแบบทีละน้อยหรือ serial excision วิธีการผ่าตัดอีกวิธีหนึ่งคือการใช้วิธีขัดกรอผิวหนังหรือว่า dermabrasion การขัดกรอผิวหนังนี้ จะใช้ในกรณีที่มีแผลเป็นที่รอยขรุขระหรือไม่เรียบหรือเป็นรอยบุ๋มแผลเป็นนี้ส่วนใหญ่มักจะเกิดจากสิวอักเสบหรือโรคสุกใส การใช้หัวกรอหรือใช้แสงเลเซอร์ยิงบริเวณที่รอยขรุขระนี้เพื่อจะปรับสภาพผิวให้ราบเรียบขึ้น แต่ข้อควรระวังคืออาจจะเกิดมีการเกิดผิวสีเข้มหรือ hyperpigmentation บริเวณนั้นได้

การรักษาแผลเป็นนั้นขึ้นอยู่กับการพิจารณาดูว่าแผลเป็นนั้นเป็นแผลเป็นนูนชนิดใด หากเป็นแผลเป็นนูนเกินหรือคีลอยด์จะต้องพิจารณาการรักษาอย่างเหมาะสม มิฉะนั้นอาจจะมีแผลเป็นใหญ่โตเกินกว่าขนาดเดิมได้โดยทั่วไปแล้วแผลเป็นมักจะสามารถป้องกันได้ เพราะฉะนั้นหากเรารู้จักวิธีการดูแลรักษาภายหลังจากที่ได้รับแผลเป็นใหม่ ๆ ก็จะสามารถป้องกันไม่ให้แผลเป็นนั้นนูนเกินหรือเป็นคีลอยด์ได้ในอนาคต

รีวิวร้าน Guru Gyuu บุฟเฟ่ต์ปิ้งย่าง

สวัสดีค่ะวันนี้จะมารีวิวร้าน Guru Gyuu  สำหรับคนชอบกินเนื้อ เพราะที่นี้เขาจะเน้นพวกเนื้อเป็นพิเศษแต่ถ้าใครที่ไม่กินเนื้อก็จะมีเมนูอื่นๆให้เลือกเยอะแยะมาก  สำหรับใครที่ยังไม่เคยไปก็หาทางไปที่ร้านไม่ยากค่ะ  ร้าน Guru Gyuu  จะตั้งอยู่ระหว่างซอยพหลโยธิน 3-5 ถนนพหลโยธิน พญาไท กรุงเทพฯ (อยู่ระหว่าง BTS สนามเป้า กับ อารีย์)  ถ้าใครมาลงที่ BTS  อารีย์  เดินมาทางประตู 3  อยู่ทางซ้ายมือ  เดินลงบันไดมาและเดินตามทางมาเลื่อยๆไม่ไกลอย่างที่คิดค่ะ เดินข้ามซอยพหลโยธิน 5  มาอีกนิดเดียวก็จะเห็นร้าน Guru Gyuu  อยู่ทางด้านซ้ายมือ

เมื่อมาถึงร้านก้าวแรกที่เราเดินเข้าไปสัมผัสในร้านก็รู้สึกเป็นพิเศษเพราะนักงานทางร้านเขาต้อนรับดีมากค่ะ บรรยากาศภายในร้านก็ตกแต่งออกมาได้อย่างสวยงาม ดูอบอุ่นและเป็นกันเองดี  ร้าน Guru Gyuu  เป็นร้านเล็กๆ ถ้าใครมาเป็นหมู่คณะคงต้องนั่งชิดกันหน่อยล่ะจร้า  แต่ถ้าจะให้ดีก็ต้องมาสักไม่เกิน  5-6 คนก็พอกำลังพอดี  ร้าน Guru Gyuu  จะเปิดตั้งแต่ 11:30 – 23:30 น.  แนะนำให้มาตอนกลางคืนก็ได้ค่ะเพราะว่าจะได้ไม่ร้อนและได้บรรยากาศยามค่ำคืน

ทางร้านมีบุฟเฟ่ต์ให้เลือกอยู่ 2 ราคาค่ะ  คือแบบราคา 399 บาท  และราคา 499  บาท จะมีเมนูให้เลือกตามภาพเลยค่ะ

ราคา 499 บาท  จะได้อาหารอร่อยๆเพิ่มขึ้นอีกเยอะมากไม่ว่าจะเป็น  เนื้อบลูโกกิ  ลิ้นวัว  หมูลูกเต๋า  ปลาแซลม่อน  หอยเชลล์  และอื่นๆอีกดูได้จากภาพ  แต่ราคายังไม่รวมเครื่องดื่มนะค่ะ

ส่วนเครื่องดื่มมีให้เราเลือกเยอะมากไม่ว่าจะเป็น  เป๊ปซี่ แต่เดี๋ยวนี้เปลี่ยนมาเป็น est แล้วค่ะแต่ป้ายยังเป็นเป๊ปซี่อยู่   ยังมีน้ำ เซเว่นอัพ  เป๊ปซี่แม็กซ์  ชาเขียว  น้ำเปล่า  แต่น้ำเปล่าเราจะสั่งเป็นขวดมาดื่มก็ได้นะค่ะแล้วแต่ความชอบของแต่ละคน  แล้วเราสามารถเติมเครื่องดื่มได้ตลอดค่ะ จะเปลี่ยนดื่มน้ำอื่นก็ได้ตามใจเลยค่ะ

ส่วนน้ำจิ้มสูตรเด็ดของทางร้านจะมีให้เลือกอยู่ 4 แบบด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น น้ำจิ้มซีฟู้ด  น้ำจิ้มโคชุจัง  น้ำจิ้มมิโซะ  และสุดท้ายเป็นน้ำจิ้มกิวทาเระ  ส่วนที่เห็นน้ำสีเหลืองอ่อนๆใสๆมันคือน้ำมะนาวค่ะเอาไว้จิ้มกินกับเนื้อเพื่อเพิ่มรสชาติของเนื้อให้อร่อยขึ้น  และยังมีกระเทียม พริก  มะนาว  ให้เติมสำหรับใครที่ต้องการรสจี๊ดจ๊าดขึ้นกว่าเดิม

นี่ค่ะเป็นพวกตระกูลเนื้อๆทั้งหลายเยอะมากสั่งจัดเต็มมาอย่างเต็มที่ค่ะจนล้นโต๊ะหาที่วางบนโต๊ะไม่พอ  มีเนื้อให้เราได้เลือกทานไม่ว่าจะเป็น

เนื้อมาราธอน   เนื้อหินอ่อน  เนื้อติดมัน  เนื้อจำแลง  เนื้อสามศอก  เนื้อลูกเต๋า  เนื้อลายมัน  เนื้อบูลโกกิ หมูติดมัน  เบคอน  คอหมูย่าง  ซี่โครงหมูกูรู  สะโพกไก่ เป็นต้น  นอกจากนี้ยังมีเนื้ออื่นๆอีกจำชื่อไม่หมดเพราะเยอะมาก ต้องลองไปชิมค่ะ

นี่ค่ะเบคอนโรยด้วยงาขาว  อร่อยมากยิ่งปิ้งให้มันกรอบๆ สุดยอดมากนะขอบอก แต่ก็ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคนอีกนั้นแหละค่ะ

และนี่ค่ะเป็นเนื้อจำแลง  ทางร้านบอกว่าไม่ต้องย่างนาน เพราะจะทำให้เนื้อเหนียวเกินไป  แต่สำหรับคนที่ชอบกินแบบสุกๆก็ไม่เป็นไรค่ะเพราะว่าก็อร่อยเหมือนกัน

และนี่ค่ะเป็นเนื้อที่ชอบมาก นั้นก็คือเนื้อลูกเต๋า ทำไมถึงชื่อว่าเนื้อลูกเต๋าก็เพราะว่าทางร้านหั่นเป็นลูกเต๋าค่ะก็เลยเรียกว่าเนื้อลูกเต๋า  สำหรับเนื้อลูกเต๋าแล้วจะใช้เวลาย่างนานสักนิดนึงนะค่ะก็เพราะว่าจะให้สุกถึงข้างในเนื้อ  ลืมบอกไปว่าเนื้อลูกเต๋าจะเสิร์ฟมาพร้อมกับน้ำมะนาวค่ะ เพื่อเพิ่มรสชาติให้กับเนื้อค่ะ อร่อยดีนะค่ะ

เมนูกุ้งจานหนึ่งได้กุ้งสามตัวค่ะ  เป็นกุ้งแม่น้ำที่ตัวโตมากเลย ชอบมาก ทุกตัวไข่ทั้งนั้นเลยค่ะ เนื้อแน่นๆสดๆเคี้ยวมันปากมาก ขนาดย่างแล้วตัวกุ้งก็ยังไม่หดอร่อยสุดยอดมากเลยค่ะ

หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ตัวใหญ่ไม่เหมือนหอยแมลงภู่ทั่วไปเพราะที่นี่เขาคัดสรรมาเป็นอย่างดี ขนาดเอาไปย่างแล้วเนื้อก็ยังแน่นและใหญ่เกือบเท่าที่เอามาเลยจร้า

หอยเชลล์ กินคำแรกก็อร่อยมากเลยค่ะ เนื้อหอยหวาน เคี้ยวอร่อย  ได้จิ้มกับน้ำจิ้มรสเด็ดจากทางร้านรับรองว่าสุดยอดมากเลยค่ะ

ปลาหมึกไข่  เป็นเมนูอาหารทะเลที่อร่อยไม่แพ้เมนูอาหารทะเลอื่นๆเลยค่ะ ปลาหมึกตัวใหญ่และมีไข่ทุกจานที่มาเสิร์ฟค่ะ  ย่างแล้วมาจิ้มกับน้ำจิ้มซีฟู๊ด รสชาติแซ่บมากทีเดียว

แซลม่อนเป็นอีกเมนูที่ต้องสั่งมาทาน เนื้อปลาแน่นและชิ้นใหญ่มาก  ถึงแม้ว่าจะชิ้นใหญ่และหนาก็ตาม  แต่ไม่มีปัญญากับการย่าง  เพราะเนื้อปลาย่างแปปเดียวเดี๋ยวก็สุกแล้ว  แต่ตอนกินก็ต้องระวังก้างปลาสักนิดนึงนะค่ะ  แต่รับรองว่าอร่อยไม่แพ้เมนูอื่นอย่างแน่นอนค่ะ

นี่คือ ปลาไข่ เป็นอีกเมนูหนึ่งที่แปลกเพราะไปกินที่ร้านไหนไม่มีปลาไข่ให้ลองชิมเลย  หนึ่งจานจะได้ปลาสามตัวแต่จะมีตัวเดียวเท่านั้นที่มีไข่  เห็นปลาตัวเล็กๆอย่างนี้ขอบอกว่าไข่เต็มท้องปลาเลยนะจร้า  สำหรับใครที่ไม่กล้าสั่งมากินเพราะกลัวปลาและ  ขอแนะนำว่าเมื่อนำปลาลงไปย่างแล้วไม่ต้องไปแซะมัน ปล่อยให้อีกข้างนึงสุกแล้วค่อยพลิกค่ะ  แค่นี้เราก็จะได้กินปลาไข่ที่แสนอร่อยแล้วจร้า

ปูอัดเป็นอีกเมนูหนึ่งที่ขาดไม่ได้ เสิร์ฟมาพร้อมกับซอสชั้นดีจากทางร้าน จัดเรียงใส่จานมาได้อย่างสวยงามทีเดียวจร้า

ไส้กรอก เป็นอีกเมนูหนึ่งที่ช่วยเพิ่มสีสันและความหลากหลายให้กับการปิ้งย่าง  ชิ้นจะไม่ใหญ่มาก หั่นเป็นชิ้นให้พอดีคำ และที่สำคัญไส้กรอกเป็นไส้กรอกที่มีคุณภาพไม่ใช่ไส้กรอกแป้งทั่วๆไปจร้า

เห็ดออรินจิ  เป็นอีกเมนูที่ไม่เคยทานมาก่อน แต่ไม่รู้ว่ารสชาติปกติของเห็ดออรินจิเป็นยังไง  แต่พอได้กินแล้วรสชาติอร่อยมากค่ะ  และเห็ดก็ชิ้นใหญ่มาก เวลานำไปย่างจะมีกลิ่นของเห็ดออรินจิเชิญชวนให้เรารับประทานจร้า

และนี้เป็นอีกเมนูหนึ่งที่มีทั้งคนชอบและไม่ชอบเมนูนี่ คือมีแครอท  ฟักทอง  และหอมหัวใหญ่  สำหรับใครที่ไม่ชอบทานหอมหัวใหญ่เมนูนี้อาจจะไม่ปลื้มเท่าไหร่ค่ะ

เมนูผักยำน้ำมันงา เมนูนี้ไม่แน่ใจว่าเป็นผักดองรึป่าวนะ  คือว่าผัดผักกวางตุ้งและถั่วงอกมันก็เหมือนเอาผักสดมาผัดใส่กับน้ำมันงา  แต่แครอทและหอมหัวใหญ่นี่ละสิจะเหมือนผักดองมากเพราะมีรสเปรี้ยวเหมือนเป็นผักดองเลย  แต่ก็อร่อยดีค่ะ

นี่เป็นอีกเมนูหนึ่งที่เป็นเมนูเพื่อสุขภาพ  ผักของเขาสดจริงๆค่ะ ผักนี่กรอบ ถ้าได้จิ้มกับน้ำจิ้มมิโซะแล้วล่ะก็ อร่อยเข้าก๊านเข้ากันเลยล่ะค่ะ

นี่เป็นเมนูไข่ตุ๋นและกิมจิค่ะ  หน้าตาน่ารับประทานมาก จัดใส่ถ้วยอย่างกะทัดลัดได้ลงตัว  เมนูนี่ต้องลองไปชิมด้วยตัวเองค่ะ

ข้าวเปล่าเป็นข้าวญี่ปุ่นชั้นดี ไม่เหนียวเกินไปแชะเกินไปกำลังพอดี กินนุ่มปากมากค่ะ และอีกเมนูคือข้าวผัดกระเทียม สำหรับเมนูนี่จะได้กลิ่นกระเทียมเป็นอย่างดีแต่กลิ่นไม่แรงอย่างที่คิดนะค่ะ  เมนูนี่ก็อร่อยมากค่ะ

หลังจากที่เราได้รู้จักกับเมนูทุกเมนูเกือบหมดแล้ว เราก็มาเริ่มละเลงเมนูแต่ละเมนูลงใส่กระทะกันเลยค่ะ กระทะของร้านกูรุกิว จะเป็นกระทะเทฟร่อนค่ะ ย่างสุกเร็วมาก เนื้อย่างไม่ติดกระทะ  และพนักงานที่นี่บริการดีมากค่ะ คอยเอาใจใส่ดูแลเรา ค่อยเช็ดทำความสะอาดคราบไหม้ออกจากกระทะ   ขนาดจานที่เราใส่ทาน เห็นว่าเปื้อนมากก็เปลี่ยนจานให้เราใหม่  บริการได้ดีเยี่ยมมากค่ะ

หลังจากที่เราได้อิ่มจากของคาวแล้วนั้น  เราก็หันมาทานของหวานกันบ้างค่ะ  ผลไม้ที่นี่สดกรอบและอร่อยมากค่ะ อร่อยจนต้องสั่งมาเพิ่มอีกตั้งหลายรอบ  หรือเราจะสั่งผลไม้ทีละชนิดก็ได้นะค่ะ ยังไงก็อย่าลืมแวะมาชิมอาหารปิ้งย่างที่ร้านกูรูกิวที่นี่ได้นะค่ะรับรองว่าไม่ทำให้ท่านผิดหวังอย่างแน่นอนค่ะ

งานเปิดตัวเหรียญสุริยะภูมิจักรวาล 1 ในตำนานชีวิต 73 ปี ของ”ถวัลย์ ดัชนี” ศิลปินแห่งชาติ ด้านทัศนศิลป์

เมื่อวันที่8 ธันวาคมที่ผ่านมานี้เอง  ผมได้รับเชิญให้ไปร่วมงานเปิดตัว “เหรียญสุริยะภูมิจักรวาล”  ของศิลปินแห่งชาติ คุณถวัลย์  ดัชนี  ณ ฮอลล์ ออฟ มิเรอร์ส ศูนย์การค้าสยามพารากอน ชั้น M  ซึ่งงานมีตั้งแต่วันที่ 7-9 ธ.ค.2555

             คุณถวัลย์  ดัชนี  ได้ให้สัมภาษณ์ว่าที่จัดงานนี้ขึ้นมาก็เพื่อหารายได้หลังจากหักค่าใช้จ่ายแล้วสมทบกองทุน  เพื่อทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมและการศึกษา อนุรักษ์พิพิธภัณฑ์ ให้เป็นแหล่งการเรียนรู้ทางด้านศิลปะวัฒนธรรม เพื่อเป็นกองทุนสำหรับนักเรียน-นักศึกษาศิลปะ ศิลปินท้องถิ่นฯลฯ    ซึ่งภายในงานนั้นมีประมูลการกุศล และเปิดรับสั่งจองเหรียญและของที่ระลึกครบรอบ 73 ปีครับ

                 ก่อนที่ผมจะพาชมบรรยากาศภายในงานนั้น  ขอเวลาแปปนึงในการลงทะเบียนก่อนเข้างาน   ผมได้ถูกรับเชิญมาในนามสื่อมวลชล  ซึ่งเขาจะมีสติกเตอร์ติดให้เป็นสัญลักษณ์ก่อนเข้าในงานด้วยครับ

              มุมนี้เป็นการจัดนิทรรศการ   ให้ความรู้เกี่ยวกับความเป็นมาของ”เหรียญสุริยะภูมิจักรวาล” ซึ่งผมก็ได้อ่านรายละเอียดแบบคร่าวๆ  ก็ได้ทราบว่า  เหรียญสุริยะภูมิจักรวาลนั้นมีแรงบันดาลใจมาจากดินน้ำลมไฟ  ผมก็รู้อยู่แค่นี้ละครับ ^^

 และเมื่อใกล้ถึงเวลาเปิดงาน  มีผู้สื่อข่าวที่มารอทำข่าวเยอะมากเลยครับ   ซึ่งแน่นอน  ว่าหนึ่งในนั้นมีผมรวมอยู่ด้วย

ในระหว่างรอพิธีเปิดอยู่นั่น  เขาก็มีของว่างมาให้ทานลองท้อง  มีทั้งขนม  น้ำซึ่งเป็นน้ำสมุนไพร  เสริฟตลอดงาน

ภายในงานมีเหล่าคนดัง  และศิลปินมากหน้าหลายตามาร่วมงาน  และร่วมประมูลการกุศล  ทำให้บรรยากาศภายในงานดูคึกคักมากครับ

และนี่คือตัวอย่างของเหรียญสุริยะภูมิจักรวาล  ซึ่งเป็นการนำเอาภาพประดับฝาผนังบางส่วนใน ปราสาทคอร์ททอร์ฟ (Gottorf Castle) ประเทศเยอรมนี มาสร้างเป็น เหรียญสุริยะภูมิจักรวาลทองคำฝังเพชร,เหรียญเงินลงดำฝังทับทิม,เหรียญบรอนซืลงดำฝังบุษราคัม

เมื่อถึงเวลาเปิดงาน  ก็มีการแสดงและแฟชั่นโชว์ ชุดพิเศษ Nagara for Thawan  มาให้ชมครับ

เมื่อโชว์จบ   พี่หนูแหม่มซึ่งเป็นพิธีกรได้เรียนเชิญคุณถวัลย์  ดัชนี  ขึ้นมาพูดคุยสดๆเกี่ยวกับเรื่องงานเปิดตัวเหรียญสุริยะภูมิจักรวาลนี้ขึ้นมา

เคล็ดลับ! บำรุงผิวสวยท้าลมหนาว

              “หน้าหนาว”   ฤดูกาลสุดโปรดของใครหลายๆคน    เพราะเมืองร้อนๆอย่างประเทศไทย     ปีนึงจะมีโอกาสได้สัมผัสลมหนาวกันแค่ไม่กี่วัน   นอกจากจะมีโอกาสไปรับลมหนาวกันที่ภาคเหนือ   ก็จะได้สูดอากาศหนาวแสนบริสุทธิ์กันชุ่มปอดสักนิดนึง   หน้าหนาวแบบนี้ถึงจะมีอากาศดีๆ   ถูกอกถูกใจหลายๆคน   แต่อย่าลืมดูแลสุขภาพ   และรักษาผิวให้สวยใส   เนียนนุ่ม   เพื่อจะได้ผิวสวยหน้าใสกันตลอดหน้าหนาวด้วยนะคร๊า

ขอบคุณรูปภาพจาก : http://health.kapook.com

 

                หนาวนี้!   เราก็ไม่พลาดที่จะเอาเคล็ดลับการดูแล  บำรุงผิวสวยสู้ลมหนาวมาฝากด้วยนะค่ะ

  1. ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ
                  รู้ไหมค่ะ??   เมื่ออากาศเริ่มหนาวแล้ว  ความชื้นในอากาศจะเริ่มลดลง  ร่างกายเราจึงไปดึงน้ำมาใช้มากขึ้น  ทำให้ผิวหนังเกิดอาการแห้งหรือแตกเป็นขุยได้  สิ่งแรกที่เราต้องทำเลยนะค่ะ  คือต้องดื่มน้ำเปล่า(ไม่เย็น)  ให้เยอะขึ้น  เพราะร่างกายจะดูดซึมน้ำเปล่าเข้าส่เซลล์ได้รวดเร็วกว่าน้ำชนิดอื่น  ซึ่งควรดื่มให้ได้วันละ 1.5-2 ลิตร  หรือ 8-10 แก้วนั่นเอง  จึงจะเพียงพอสำหรับร่างกายในฤดูหนาวนี้
  2.  การใช้ครีมบำรุงผิวหน้า

                ถ้าใครใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงหน้าที่มีเนื้อครีมบางเบาเหมาะสำหรับอากาศร้อนแล้วละก้  ขอให้เก็บเข้าตู้เย็นไปก่อนนะค่ะ  ยอมลงทุนเพิ่มอีกนิด  ซื้อผลิตภัณฑ์บำรุงหน้าเนื้อครีมเข้มข้น  หรือจะเป็น Oil Base  มาใช้  (พอหน้าหนาวผ่านไปเราค่อยไปหยิบของเดิมมาใช้จะเวิร์คกว่านะค่ะ)
    *เคล็ดลับอีกนิด!   เราควรบำรุงผิวก่อน 4ทุ่ม  เพราะช่วงเวลาระหว่าง 3-4ทุ่ม  เซลผิวจะทำงานซ่อมแซมตัวมันเอง

    ขอบคุณรูปภาพจาก : http://www.chiangmainews.co.th

  3.  เพิ่มความชุ่มชื้นตลอดวัน
    หน้าหนาวแบบนี้  รู้สึกว่าผิวแห้งๆกว่าปกติ ใช่ไหมล๊ค่ะ   เรามาเติมความชุ่มชื้นระหว่างวันให้กับหน้าของเรา  โดยใช้สเปรย์น้ำแร่ฉีดพรมทั่วใบหน้า  เพื่อเติมความรู้สึกสดชื่นระหว่างวันได้ดีเลยทีเดียวค่ะ
  4. พกลิปติดกระเป๋าไว้เสมอ
                เมื่อเรารู้สึกริมฝีปากเริ่มแห้ง  หยิบลิปมาทาทันที
  5. การใช้ครีมกันแดด

               ถึงแม้ช่วงฤดูหนาวจะไม่ค่อยมีแสงแดดมากนัก  แต่เราก้ควรจะปกป้องผิวจากแสงแดดเหมือนในฤดูร้อน  เพราะไม่ว่าจะฤดูไหน  เวลาไหน  รังสียูวีก็ยังมีอยู่ทุกที่  รู้แบบนี้แล้ว  ก่อนออกจากบ้านอย่าลืมทาครีมกันแดดด้วยนะคร๊า

    ขอบคุณรูปภาพจาก : http://www.topeveryone.com

  6.  สครับผิวกาย 
    ถ้าปกติแล้วเราควรจะขัดผิวกายสัปดาห์ละครั้ง  แต่เมื่อเข้าสู่ฤดูหนาวก็ขอยืดเวลาออกเป็น  2-3 สัปดาห์/ครั้ง  เพื่อที่จะเก็บกักความชุ่มชื้นใต้ผิวไว้  และควรเลือกผลิตภัณฑ์สครับที่ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว
    ***สังเกตุง่ายๆ  เมื่อหลังใช้ผลิตภัณฑ์แล้วผิวจะไม่แห้งตึง  แต่ถ้ามีอาการผิวแตกเป็นขุย  ควรหลีกเลี่ยง
  7.  อาบน้ำเย็นผิวสวยไม่เป็นขุย

    ถึงแม้อากาศจะหนาวแค่ไหน  ก็ต้องข่มใจไว้ว่าเราจะไม่อาบน้ำที่ร้อนจัด (เกิน34 องศาเซลเซียส)  เพราะไขมันที่เคลือบตามผิวหนังจะถูกล้างออกไปได้มากกว่าปกติ
  8.   อยากผ่อนคลาย
                  มาแช่ตัวในน้ำอุ่นๆ  แต่ได้ไม่เกิน10นาทีนะค่ะ  แล้วที่สำคัญอย่าลืมหยดออยล์หรือครีมน้ำนมลงในอ่างที่เราแช่ด้วยค่ะ

    เคล็ดลับผิวสวยสู้ลมหนาว  ทำได้ไม่ยากเลยใช่ไหมล๊ค่ะ  ลองทำตามกันดู
    ต่อให้หนาวแค่ไหน ผิวใสๆก็ไม่หวั่นอยู่แล้ว  ^_^

ประโยชน์ของว่านหางจระเข้

พูดถึงว่านหางจระเข้ คนทั่วไปอาจจะมองข้ามคุณประโยชน์ของมันไป แต่ประโยชน์นั้นมากมายจนเราคาดไม่ถึง ที่รู้ๆกันเวลาโดนน้ำร้อนลวกก็น้ำเมือกทาไปที่แผลแล้วไม่นานก็หาย แต่สรรพคุณของว่านหางจระเข้มีมากกว่านั้น เรามาดูกันว่ามีอะไรกันบ้าง

๑. แก้ปวดศีรษะ นำว่านหางจระเข้ตัดให้เป็นแว่นบางๆ เอาปูนแดงทาที่วุ้น แล้วปิดที่ขมับ จะทำให้เย็นหายปวด

๒. แผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก ใช้น้ำเมือกจากว่านหางจระเข้รักษา แผลไฟลวก ขนาดรุนแรงที่สุด โดยทาน้ำเมือกที่แผลให้เปียกอยู่เสมอ แผลจะหายรวดเร็วมาก อาการปวดแผลหรือการเกิดแผลเป็นจะมีน้อยมากหรือไม่มีเลย

๓. ผิวไหม้เพราะถูกแดดเผา ใช้วุ้นหางจระข้ทาบ่อยๆ ช่วยลด อาการปวดแสบปวดร้อน ผิวตึง และลดจำนวนผิวที่ลอก

๔. แผลจากของมีคมและแผลอื่นๆ ทำความสะอาดแผลเสียก่อน แล้วเอาวุ้นปิดลงที่แผลให้สนิท เอาผ้าปิดไว้ แล้วหยอดน้ำเมือกลงไปให้ผ้าตรงบริเวณที่แผลเปียกอยู่เสมอ ช่วยให้แผลหายเร็ว และลดรอยแผลเป็น

๕. กระเพาะลำไส้อักเสบ รับประทานวุ้นหางจระเข้ ๑-๒ ช้อนโต๊ะ วันละหลายๆ ครั้ง ใช้ได้ผลในรายที่ลำไส้ใหญ่อักเสบ หรืออวัยวะอื่น ในทางเดินอาหารเกิดการอักเสบ

๖. บำรุงผมและหนังศีรษะ ใช้วุ้นว่านหางจระเข้ ชโลมผมให้ทั่ว ทิ้งไว้ให้แห้ง รุ่งเช้าจึงใช้น้ำล้างออก ทำให้ผมดกดำเป็นเงางาม หวีง่ายขึ้น และรักษาแผลบนหนังศีรษะ ( ก่อนใช้ควรทดลองก่อนว่า แพ้ว่าน หรือไม่ และควรใช้แต่น้อยดูก่อน ที่สำคัญอย่าให้ยางถูกผมเพระายางจะ กัดหนังหัว)

๗. ป้องกันการติดเชื้อ ใช้วุ้นหางจระเข้ ทาแผลรักษาแผลติดเชื้อได้ ทำให้แผลดีขึ้น ภายใน ๑๒ ชั่วโมง

๘. ผื่นคันที่เกิดจากการแพ้สารต่างๆ เนื่องจากวุ้นหางจระข้จะมีฤทธิ์ระงับปวด จึงช่วยลดอาการคันด้วย และยังช่วยให้ผื่นคันหายเร็ว

๙. ขี้เรือนกวาง และผื่นปวดแสบปวดร้อน ใช้วุ้นหางจระเข้ กินวันละ ๑-๒ ครั้งๆ ละ ๑-๒ ช้อนโต๊ะ และทาควบคู่กันไป ว่านหางจระเข้ เป็นยาฝาดสมาน อาจทำให้ผิวแห้งได้ จึงควรผสมน้ำมันทาผิว หรือ น้ำมันอย่างอื่นควบคู่ไปด้วย

๑๐. ลบรอยแผลเป็น ใช้วุ้นว่านหางจระเข้ทา เช้า-เย็น จะลดรอย แผลเป็น

๑๑. ลบท้องลายหลังคลอด ใช้วุ้นว่านหางจระเข้ทาผิวท้อง ขณะตั้ง ครรภ์ แม้หลังคลอดแล้วก็ควรใช้ทาต่อเพื่อช่วยให้ผิวหน้าท้องกลับคืนสู่ สภาพปกติ คนที่เคยใช้ยืนยันว่าได้ผลดี

๑๒. เส้นเลือดดำขอดที่ขา ใช้วุ้นว่านหางจระเข้ ทาที่บริเวณเส้นเลือด ดำขอด และมีบางคนใช้ได้ผลดีมาก

๑๓. มะเร็งที่ผิวหนัง ใช้วุ้นว่านหางจระเข้ ทาวันละ ๒-๔ ครั้ง เป็นเวลาหลายเดือน

๑๔. แผลครูดและแผลถลอก ใช้วุ้นว่านหางจระเข้ทาเบาๆ ให้ทั่วใน ๒๔ ชั่วโมงแรก ทาบ่อยๆ แผลจะไม่ค่อยเจ็บและหายเร็วมาก

๑๕. โรคปวดตามข้อ รับประทานวุ้นว่านหางจระเข้ เป็นประจำจะหาย ปวดได้

ดังตัวอย่างข้างต้น สรรพคุณของว่านหางจระเข้นั้นมีมากมาย จนเราก็เพิ่งมารู้กัน อย่างนั้นแล้วก็อย่าลืมนำไปประยุกต์กันนะ อาจจะได้ผลดีกว่ายาในคลีนิกก็ได้

 

น้ำมะนาวรักษาสิว

หาเป็นสิวไม่หายด้วยยาแล้วละก็ ลองหันมารักษาด้วยวิะีทางธรรมชาติ ที่คุณอาจมองข้ามไปด้วยวิธีง่ายกับมะนาวของใกล้ตัวของคุณ ซึ่งหาได้ง่ายมาก ไม่ว่าเป็นห้องครัว หรือตามตลาดทั่วไป รักษาสิวด้วยมะนาว อาจจะได้ผลดีกว่ายาแพงๆของคุณก็เป็นไปได้

ผลการ รักษาสิว – ได้มีทดลองใช้น้ำมะนาวทั้งสองวิธีแล้ว (ทาโดยตรงบนผิวหน้า และดื่ม) และพบว่าภายใน 3 สัปดาห์ สิวก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด และเชื่อว่าการผสมน้ำมะนาวกับผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่อ่อนโยน จะช่วยให้ผลเร็วขึ้น

ทาน้ำมะนาวโดยตรงบนสิว เพื่อรักษาอาการ สิว

น้ำมะนาวมีกรดผลไม้ AHA หรือ Alpha Hydroxy Acids ทำงานโดยการลอกเอาเซลล์ผิวที่ตายแล้วออก ช่วยสร้างความยืดหยุ่นให้แก่ผิว และช่วยให้เซลล์ผิวใหม่ที่อยู่ด้านล่างได้ผลัดขึ้นมาแทนที่เซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้ว ยังช่วยชำระรูขุมขนและช่วยให้ผิวรู้สึกสดชื่น สดใสด้วย

วิธีรักษา สิว โดยสูตรน้ำมะนาว

  1. ล้างหน้าให้สะอาด
  2. บีบน้ำมะนาว 1 ช้อนชาในถ้วยเล็ก ใช้สำลีจุ่มน้ำมะนาวพอเปียก อาจผสมน้ำหากรู้สึกว่าแสบเกินไป
  3. ป้ายน้ำมะนาวลงบนสิว สิวหัวขาว สิวหัวดำ สิวหัวหนอง
  4. ทิ้งไว้ทั้งคืนโดยไม่ต้องล้างออก ล้างออกตอนเช้า และทาอีกครั้งก่อนเมคอัพ (หากคุณต้องใช้เมคอัพ)
  5. หากรู้สึกว่าน้ำมะนาวนั้นแรงเกินไป แม้ว่าจะผสมน้ำให้เจือจางแล้วก็ตาม ให้ทิ้งไว้ 10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น

วิธีการนี้ใช้เวลา 2 สัปดาห์เป็นอย่างต่ำจึงจะเห็นผล

ดื่มน้ำมะนาวเพื่อรักษาสิว

สามารถใช้วิธีการดื่มน้ำมะนาวเพื่อรักษาและทำความสะอาดภายในร่างกาย หรือขจัดสารพิษออกจากตับ และเพื่อให้การดูดซึมแร่ธาตุและวิตามินที่จำเป็นต่อร่างกาย น้ำมะนาวนั้นเป็นเครื่องดื่มชนิดหนึ่งที่ให้ประโยชน์ต่อร่างกายและผิวพรรณ ที่ช่วยให้กระชุ่มกระชวย ดื่มง่าย และทำได้ง่าย